รอแล้วได้อะไร?
รอแล้วได้อะไร?
เคยมั้ยๆ รอทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่รอนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น แต่ก็รอเพราะหวังลมๆแล้ง สุดท้ายก็รอเก้อ คนเดียว
รอแล้วได้อะไร?
เคยมั้ยๆ รอทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่รอนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น แต่ก็รอเพราะหวังลมๆแล้ง สุดท้ายก็รอเก้อ คนเดียว
เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุด จุดหนึ่ง วันที่เราเริ่มรู้สึกว่ามันแตกต่างไปจากชีวิตแบบที่เราได้พบเจอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเคยมีความสุขมากมายกับการได้พบปะผู้คนที่เข้ามาในชีวิตเ้รา แต่มาวันนี้เมื่อชีวิตของเราได้เดินเข้ามาสู่วัยทำงานเรากลับมองเห็นสิ่งที่เราเคยคิดว่ามันน่าจะทำให้เรามีความสุข มันกลับไม่ใช่อะไรแบบนั้น เรามักคิดเสมอว่าเมื่อมีงานทำแล้วเราก็จะมีเงิน ซึ่งเงินนี่แหละที่จะทำให้เรามีความสุขได้
แต่เมื่อวันนี้เราได้ถามตัวเองอีกครั้งว่าเรามีความสุขจริงๆหรือ เรากลับได้คำตอบว่าไม่ใช่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขได้ มีหลายครั้งหลายคราวเราออกไปมองหาความสุขตามห้างสรรพสินค้า หาความสุขจากอาหารเลิศรส แต่แล้วคำตอบของคำถามเราไม่ได้อยู่ที่นี่
วันนี้ความมีชีวิตชีวาเราหายไปไหนกันหมดนะ บางวันไม่อยากจะลุกจากที่นอนด้วยซ้ำเพราะต้องรู้ว่าชีวิตวันนี้คงไม่ได้แตกต่างไปจากทุกวัน วันนี้ชีวิตของเรากลายเป็นเส้นตรงไปแล้วหรือไงกันนะ…

เมื่อเวลาผ่านไปสักพักชีวิตเราได้เจอกับสิ่งที่เข้ามากระทบหลากหลายเรื่องราว บางครั้งเราลืมที่จะได้คิดตรึกตรองในสิ่งที่ได้ทำลงไป หลายๆอย่างเราทำลงไปเพราะสัญชาตญาณ หาได้มีสติประกอบอยู่ไม่ วันนี้เราคงต้องกลับมามองตัวเองอีกครั้งรวบรวมสติกันใหม่ ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกลกว่านี้ เมื่อความคิดและความรู้สึกได้ยึดติดรวมกันมากเกินไป ทำให้ความคิดของเราหลายครั้งประกอบด้วยอารมณ์มากมาย ประสานตัวก่อให้เกิด ชาติ ภพ อีกมากมาย เกิดแรงเหวี่ยงให้หลายๆสิ่งเกิดขึ้นตามมา ทั้งๆที่เราเองก็หยุดมันได้ แล้วทำไมเราไม่หยุดมันเสียหล่ะ ขอบคุณที่วันนี้เรายังรู้สึกตัวอยู่ ขอบคุณที่วันนี้เราได้หยุดคิด และจากวันนี้เราควรที่จะคิดมากขึ้น…
เรื่องเล่าจากประสบการณ์คนทำทัวร์ By Ontotour.Com
กึ่งหารเฉลี่ย หลักการทุกอย่างเหมือนหารเฉลี่ยทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียว คือ คนจัดไม่ร่วมหารค่าใช้จ่ายด้วย อาจด้วยเคยไปแล้ว อยากไปซ้ำ ต้องการไปสำรวจเส้นทางอีกรอบ ประมาณนี้ … การเที่ยวแบบนี้ราคาจะถูกกว่าทัวร์พอสมควร เพราะคนจัดไม่ได้กำไร ตัด cost ในส่วนของกำไร และค่าไกด์ออกไป อาหารการกิน ที่พัก ก็แล้วแต่ว่าทริปนั้นต้องการนอนสบายแค่ไหน … แต่ทริปกึ่งหารเฉลี่ยจะออกมาดีแค่ไหน ขึ้นกับคนจัดคนนั้นด้วย ว่าพร้อมและมีประสบการณ์แค่ไหน ถ้าเขาพร้อม ทริปนั้นก็มีความต่างจากการจัดทัวร์น้อยมาก … ผมเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับการจัดทริปกึ่งหารเฉลี่ยครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นลูกค้าไม่เข้าใจ คิดว่าทริปนั้นเป็นทัวร์ ต้องมีไกด์ดูแลเขาด้วย ปัญหาครั้งนั้นเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ดีของผมเองด้วย ทำให้ต่อไปถ้าผมจะจัดทริปกึ่งหารเฉลี่ยอีกครั้ง คงสแกนผู้ร่วมทริปให้มากขึ้นกว่าเดิม
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากดัง แต่ไม่มีใครยอมให้ความร่วมมือ ไม่ช่วยกันยอมรับว่าคุณดัง งั้นทำยังไงดี? เมื่อหาป๋าดันหรือแม่ยกไม่เจอ ก็เหลือทางเดียวคือคุณต้องช่วยดันตัวเองแล้วล่ะ ใครจะหาว่าอยากดังจนหน้ามืดก็ยอม ใครจะอยากทนเป็นคนที่ไม่มีใครจำหน้าได้ก็ช่าง คุณคนหนึ่งล่ะที่ไม่ยอม
การเป็นคนดัง คนพิเศษ ในสมัยนี้ ที่จะให้นึกถึงก่อนเพื่อน คือดารา นักร้อง และถ้ายิ่งเป็นได้ทั้งดาราและนักร้องที่ประสบความสำเร็จ ก็ยิ่งดังแบบถึงใจพระเดชพระคุณชาวโลกเข้าไปใหญ่
ดาราเป็นพวกที่มีรัศมีฉายจับตา ฝรั่งเรียกว่า “คาริสม่า” (charisma) เป็นที่ทราบกันว่าแก่นของรัศมีที่ดึงดูดสายตาและความสนใจจากคนอื่นได้ อยู่ที่ความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นความเชื่อมั่นชนิดสูงเกินมนุษย์ธรรมดา กระทั่งพลังความเป็นตัวตนเข้มข้นพอจะก่อกระแสแม่เหล็ก เบี่ยงเบนความสนใจใครต่อใครให้หันเหจากสิ่งอื่นมาจดจ่อกับตัวตนของเขาหรือเธอได้
พูดให้ฟังง่ายที่สุด อัตตาของคุณยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ แนวโน้มคือคาริสม่าของคุณจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นข้อถกเถียงกันระหว่างคนทำวิจัย เพราะบางคนอัตตาโต มั่นใจในตนเองระดับฮิตเลอร์เรียกพี่ ก็ไม่ได้น่าสนใจ ไม่ได้สะดุตาชวนมองเสมอไป
บางครั้งคุณก็รู้สึกว่าตัวตนของคุณเข้มข้น ดึงดูดความสนใจชาวบ้านขึ้นมาได้เป็นครั้งเป็นคราวเหมือนกัน อย่างถ้าชนะเลิศในเกมการแข่งขัน หรือง่ายกว่านั้นเช่นตื่นเช้าไหนสดชื่นเป็นพิเศษ พลังความสดชื่นนั้นก็ก่อให้เกิดกระแสความเชื่อมั่นในตน เดินโฉบไปทางไหนก็เหมือนมีอำนาจชักจูงสายตาให้มาสนใจคุณได้ เป็นต้น
แต่คนธรรมดาจะมีคาริสม่าแบบกระเส็นกระสาย กะปริบกะปรอย เอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนดาราจะมีคาริสม่าฉายแรง เหมือนมั่นใจในตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าปรากฏตัวทีไร คนก็ให้ความสนใจข้าพเจ้าทุกที บ่อยเข้าก็ปักใจมั่นอยู่กับภาพที่ตนเป็นโคตรเพชร โคตรแม่เหล็กถาวร
พลังเข้มข้นในตัวจะตกแต่งให้กิริยาท่าที แววตา น้ำเสียง ตลอดจนรายละเอียดทั้งหมดดูตั้งมั่น มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่โอนเอนตามใครง่ายๆ ทุกคนต้องหันมาสนใจและพยายามเอาตามข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว หัวใครก็ไม่น่าเห็นเท่าหัวของข้าพเจ้าเลย
นอกจากพลังความเชื่อมั่น อันเป็นคาริสม่าแล้ว รูปร่างหน้าตาก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ได้เปรียบชาวบ้าน ต่อให้ใครมีกระแสดึงดูดสายตามาจับ แต่รูปร่างหน้าตาดูตลก เตี้ยล่ำดำกร้าน คนจับตามองก็อาจจ้องไปขำไป นินทาไปด้วย ต่างกับพวกหน้าตาชวนฝันแล้วมีความมั่นใจด้วย นั่นแหละแจ้งเกิดในวงการมายากับเขาได้
สรุปคือถ้าคุณอยากดังด้วยการเป็นดาราดัง ก่อนเกิดก็จำเป็นต้องกดปุ่มเลือกกันนิดหนึ่ง ต้องสวยสุดหล่อสุดกันหน่อย หรือถ้าจะขี้ริ้วก็ขี้ริ้วบันลือโลก ชนิดเห็นแล้วขำขี้แตกไปเลย นั่นแหละถึงจะเป็นดาราได้อีกแบบ
แต่ถ้าสำรวจตัวเอง ยอมรับแล้วว่ารูปก็ไม่หล่อ พ่อแม่ไม่ค่อยให้กำลังใจ คิดการใหญ่ไม่เคยสำเร็จ แต่รวบรวมเบ็ดเสร็จแล้วยังอยากดังอยู่ดี อย่างนี้จะทำอย่างไร?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าโลกนี้ไม่มีใครฉายรัศมีจับตาได้ด้วยความอ่อนแอ คุณต้องฝึกให้ตัวเองเข้มแข็ง เป็นตัวของตัวเอง กล้าคิดกล้าทำอะไรดีๆแตกต่างจากคนอื่นโดยไม่ต้องถามใครให้แน่ใจเสียก่อน ว่าจะเอาดีไหม เริ่มเมื่อไหร่ ใครจะว่าทำตัวแปลกหรือเปล่า
ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมุติว่าผู้คนเยอะแยะนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ เห็นคนตาบอดกำลังจะข้ามถนน โบกไม้เท้าขอทางข้ามจากรถราเก้ๆกังๆ ทุกคนนั่งดูกันหมดว่าจะข้ามสำเร็จไหม จะมีใครอาจหาญลุกขึ้นมาพาคนตาบอดไปสู่จุดหมายอีกฝั่ง แล้วมีคุณคนเดียวเดินอาดๆไปพาเขาข้าม แน่นอนคุณย่อมเป็นจุดรวมสายตา รัศมีที่ฉายออกมาคือฉันลุกก่อน ตัดสินใจก่อน โดดเด่นเป็นที่ชื่นชมของใครๆ
อันที่จริง กระแสความเป็นคนพิเศษฉายตั้งแต่ตอนที่คุณทําอะไรต่างจากคนอื่น เพียงแต่พิเศษนั้นมีทั้งดีเป็นพิเศษกับแย่เป็นพิเศษ เช่น คนส่วนใหญ่พอโกรธแล้วจะอยากแสดงอารมณ์ร้าย ใครกระโชกโฮกฮากได้ถมึงทึงน่ากลัวกว่า ก็น่าลำพองกระหยิ่มใจเป็นพิเศษ อย่างนี้เรียกแย่เป็นพิเศษ
แต่แค่คุณฉุกคิดว่าโกรธแล้วทําไมต้องทำหน้าบึ้ง ทำไมต้องอยากตะคอก ทำไมต้องเหมือนคนอื่น เปลี่ยนให้ต่างจากคนทั้งโลกไม่ได้หรือ? และแล้วคุณก็เลือกที่จะเป็นพวกโกรธแล้วเลือกที่จะไม่ขู่กันด้วยกิริยา ไม่ทำตากร้าวจ้องกันแทบถลน อดทนเปลี่ยนคำหยาบในหัวให้เป็นคำสุภาพไม่ระคายโสตกัน เท่านี้คุณได้ชื่อว่า “แน่” แล้ว ทำดีที่ใครๆทำได้ยากแล้ว
เมื่อกระแสของคุณเข้มข้นมากเข้า เชื้อของความเป็นคนดังจะเริ่มส่องประกาย คือสุกสว่างโดดเด่นแตกต่างจากชาวบ้านได้ สมนัยกับที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียงหอมหวนเป็นที่ร่ำลือได้ ก่อนอื่นต้องอาศัย “ฐานกรรม” ที่สำคัญ คือเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ในศีล หักห้ามใจในสิ่งที่ชาวโลกทั้งหลายเขาหักห้ามกันยากนั่นเองครับ
ดังตฤณ
จากบทความ “ทำยังไงดี?”
นิตยสาร Miracle of Life ฉบับ เดือนกันยายน ๕๓